page contents
http://www.hibstation.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 รู้จักกับทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์

 ผลิตภัณฑ์

 ติดต่อเรา

กระทรวงสาธารณสุขเร่งสร้างภูมิคุ้มกันคนไทยจากโรคคอตีบก่อนเข้าสู่ AEC

กระทรวงสาธารณสุขเร่งสร้างภูมิคุ้มกันคนไทยจากโรคคอตีบก่อนเข้าสู่ AEC

กระทรวงสาธารณสุขเร่งสร้างภูมิคุ้มกันคนไทยจากโรคคอตีบก่อนเข้าสู่ AEC

     กระทรวงสาธารณสุขลงพื้นที่ภาคเหนือเร่งฉีดวัคซีนป้องกันคอตีบในประชาชนกลุ่มอายุ 20-50 ปี หลังพบมีการระบาดของโรคคอตีบในประเทศไทย ปี 2557 ทั่วประเทศพบผู้ป่วย 16 ราย เสียชีวิต 4 ราย ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว และเมียนมาร์  ยังคงมีการระบาดของโรคคอตีบอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมทั่วประเทศในประชากรกลุ่มเสี่ยง 28 ล้านคน เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้คนไทยจากโรคคอตีบก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

     เมื่อเร็วๆ นี้ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ศ.ดร.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวหลังเป็นประธานเปิดการรณรงค์ "คิ๊กออฟ..คนไทยป้องกันคอตีบได้ด้วยวัคซีน" ในพื้นที่ภาคเหนือว่ากระทรวงสาธารณสุขได้จัดโครงการรณรงค์ให้วัคซีนป้องกันโรคคอตีบเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 ตั้งแต่มกราคม-เมษายน 2558 นี้ เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้คนไทยก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งจะมีประชากรจากประเทศเพื่อบ้านเดินทางเข้าออกประเทศไทยมากขึ้น จึงมีความเสี่ยงที่จะนำเชื้อโรคคอตีบมาแพร่ระบาดได้

     "โรคคอตีบ" เป็นโรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบทางเดินหายใจ สาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดการอักเสบ และมีแผ่นเยื่อในลำคอ ในรายที่รุนแรงจะทำให้ทางเดินหายใจตีบตัน อาจทำให้เสียชีวิตได้จากพิษของเชื้อทำอันตรายต่อกล้ามเนื้อหัวใจและเส้นประสาทส่วนปลาย ประชาชนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าเกิดโรคเฉพาะในเด็กแต่โรคนี้เป็นได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค คือคนที่ไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ (ทั้งเด็กและผู้ใหญ่) หรือผู้ใหญ่ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนกระตุ้น การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แออัด และขาดสุขอนามัย รวมทั้งในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ

     "โรคคอตีบ" เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายและระบาดได้รวดเร็ว จากการใกล้ชิดคลุกคลีกับผู้ป่วยสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย ละออกหายใจและจากการไอ จาม และยังอาจพบติดต่อทางเชื้อที่ปนในอาหาร เช่น นมแต่มีโอกาสพบน้อยกว่า อย่างไรก็ตามโรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ด้วยความห่วงใย กระทรวงสาธารณสุขจึงขอเชิญชวนประชาชนที่อายุ 20 – 50 ปี (ผู้ที่เกิดระหว่าง มกราคม พ.ศ.2507 ถึงธันวาคม พ.ศ. 2537) ไปรับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ได้ฟรี! ระหว่างเดือนมกราคม - 30 เมษายน 2558 ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐใกล้บ้านและในโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงหน่วยบริการในชุมชนที่ออกให้บริการทุกแห่ง โดยเป้าหมายการดำเนินงานให้วัคซีนครั้งนี้ต้องครอบคลุมประชาชน อายุ 20-50 ปี 28 ล้านคนทั่วประเทศ

     ด้าน นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ให้เหตุผลที่ต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบในกลุ่มประชาชนอายุ 20-50 ปี ว่า เนื่องจาก 1.ยังคงพบมีการระบาดของโรคคอตีบอยู่ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง เช่น ลาว และเมียนมาร์ โดยในปี 2555 ไทยพบมีการระบาดของโรคคอตีบในผู้ใหญ่ ที่ภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่างและขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ ในขณะที่ปี 2556 มีผู้ป่วยโรคคอตีบ 28 ราย เสียชีวิต 6 ราย ส่วนปี 2557 ที่ผ่านมาพบมีผู้ป่วยโรคคอตีบ 16 ราย เสียชีวิต 4 ราย ซึ่งพบในผู้ใหญ่และเด็กที่ได้รับวัคซีนไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีอายุระหว่าง 20-50 ปี 2. จากผลสำรวจพบว่าประชาชนกลุ่มที่มีอายุระหว่าง 20-50 ปี มีระดับภูมิต้านทานโรคคอตีบต่ำที่สุด จึงมีความเสี่ยงติดเชื้อและป่วยเป็นโรคคอตีบได้สูง เนื่องจากยังไม่เคยได้รับวัคซีนชนิดนี้เพราะเป็นกลุ่มที่เกิดก่อน พ.ศ.2520 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยเริ่มใช้แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็กระดับชาติ 3. เพื่อเร่งรัดและป้องกันโรคคอตีบด้วยการให้วัคซีนครอบคลุมประชาชนกลุ่มเสี่ยงให้สูงเพียงพอที่จะได้ผลในการป้องกันโรคได้ และ 4.เพื่อให้คนไทย มีภูมิคุ้มกันจากโรคคอตีบซึ่งเป็นโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ก่อนที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

     โดยวัคซีนที่ใช้ฉีดครั้งนี้เป็นวัคซีนป้องกันโรคคอตีบและโรคบาดทะยักในเข็มเดียวกัน ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนมีเพียงเล็กน้อย หรือแทบไม่มีเลยอาจมีอาการคันหรือมีไข้เล็กน้อย ถ้าคันเพียงแค่ทายาก็จะดีขึ้น ส่วนอาการไข้กินยาพาราเซตามอลก็หายหากใครที่มีอาการแพ้ยา เมื่อมารับวัคซีนให้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าตนเองเคยแพ้ยาอะไรบ้าง ถ้าหากแพ้มากเจ้าหน้าที่จะได้มีการเฝ้าระวังเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคคอตีบสามารถสอบถามได้ที่โทร.สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

     ดร.นพ.ศักดิ์ชัย ไชยมหาพฤกษ์ ผอ.สคร.9 พิษณุโลก กล่าวว่า สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก หรือ สคร. 9 พิษณุโลก มีเครือข่ายสุขภาพ คือโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลชุมชนรวม 46 แห่งและ รพ.สต. 100 กว่าแห่ง หน้าที่ของ สคร.9 พิษณุโลกในการรณรงค์ "คิ๊กออฟ..คนไทยป้องกันคอตีบได้ด้วยวัคซีน" คือ การจัดงานร่วมกับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรจังหวัดพิษณุโลก ทั้งนี้ในการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนกลุ่มเป้าหมายอายุ 20-50 ปีในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อให้มารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบนั้น ทางสคร.9 พิษณุโลกจะมีการสื่อสารให้ข้อมูลความรู้เรื่องโรคคอตีบแก่ รพ.ศูนย์ รพ.ชุมชนและรพ.สต. มีการทำแผ่นพับเพื่อประชาสัมพันธ์ ผลิตสปอตวิทยุเพื่อแจกให้กับเครื่อข่ายวิทยุชุมชนในพื้นที่ซึ่งมีอยู่ประมาณ 200 กว่าแห่งนำไปเปิดประชาสัมพันธ์ มอบไวนิลที่มีข้อความประชาสัมพันธ์เรื่องโรคคอตีบให้กับ รพ.ศูนย์ รพ.ชุมชนและรพ.สต. รวมทั้งมีการประชุม อสม. เพื่อขอความร่วมมือในการรณรงค์การฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ พร้อมมอบแผ่นพับใบปลิว ให้กับ อสม.เพื่อนำไปปิดประกาศ เชิญชวนให้ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบมารับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบต่อไปด้วย

     สำหรับความรู้เกี่ยวกับโรคคอตีบของประชาชนในพื้นที่นั้น นางสำเริง สิงหเดช อสม. ตำบลท่าทองวัย 35 ปี บอกว่าเกี่ยวกับโรคคอตีบนั้นตนเองเคยได้รับฟังมาบ้าง แต่ก็ไม่รู้จักมากนักว่าโรคคอตีบเป็นอย่างไร เนื่องจากในพื้นที่ยังไม่เคยพบว่ามีผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ ที่รู้จักมี โรคหอบหืด ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน แต่ที่มารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบในครั้งนี้ เพราะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขชวนให้มารับ ตนจึงมีโอกาสได้มาพร้อมกับ อสม.คนอื่นๆ จึงขอขอบพระคุณกระทรวงสาธารณสุขอย่างมากที่ใส่ใจและห่วงใยสุขภาพประชาชน และถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก นอกเนหือจากมารับการฉีควัคซีนป้องกันโรคคอตีบแล้ว ตนยังได้รับสื่อความรู้เกี่ยวกับโรคคอตีบทั้งแผ่นพับ แผ่นซีดีเพื่อนำไปอ่างเองและได้รู้จักโรคคอตีบมากขึ้นและรู้ถึงวิธีการป้องกันโรคคอตีบด้วย

ศ.ดร.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ที่มา : http://www.ryt9.com/s/tpd/2084728

Tags : ข่าวสารสุขภาพ , ภูมิคุ้มกัน , AEC

view

 หน้าแรก

 สมาชิก

 โปรโมชั่น

 ผลิตภัณฑ์

 แจ้งเลขที่ EMS

 เว็บบอร์ด

 ติดต่อเรา

view